วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มติ มส. กรณีพระคึกฤทธิ์

22!
มติ มส. กรณีคึกฤทธิ์
ยืนยัน คณะสงฆ์ไทยใช้สวด 227 ข้อ
ต้องปฏิบัติตาม หากไม่ยอมก็ต้อง..ออกไป

วันนี้ แค่เตือน ให้กลับตัวกลับใจ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่าให้ต้องสอนมารยาทมาก อยู่ด้วยกันมันต้องเคารพหลักการ จะทำถูกอยู่คนเดียวก็ต้องไปตั้งศาสนาใหม่ หากต่อไปยังมีผู้ร้องเรียน ก็เตรียมตัวโดน "ปกาสนียกรรม" เหมือนโพธิรักษ์ ถึงตอนนั้นคึกฤทธิ์จะกลายเป็นหมาหัวเน่านะ จะบอกให้


มติ มส. ศีลพระมี227ข้อ!จี้พระคึกฤทธิ์ปฏิบัติ
มติ มส. ศีลพระมี 227 ข้อ ! มอบหมายเจ้าคณะปกครองแจ้งพระคึกฤทธิ์รับทราบแก้ไข เตรียมออกประกาศคณะสงฆ์ทั่วประเทศปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2557 ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) 

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คึกฤทธิ์

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

คำถามถึงคุณคึกฤทธิ์
"คุณเป็นประธานทำสังคายนาครั้งที่เท่าไหร่"


คำกล่าวอ้างของพระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล แห่งวัดนาป่าพง ในการตัดลัดพระปาติโมกข์ 227 ข้อ ให้เหลือเพียง 150 ข้อ ก็ดี การคัดเอาเนื้อหาในพระไตรปิฎกไปทำใหม่ ใช้ชื่อใหม่ โดยตัดพระอภิธรรมปิฎกทิ้งไป ก็ดี ด้วยอุบายวิธีหลอกพุทธศาสนิกชนให้เข้าใจว่า พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไม่บริสุทธิ์ เพราะพระสงฆ์ไทยไม่เคยศึกษาพระธรรมวินัยที่เป็นพุทธวจนะ มีเพียงอาตมารูปเดียวที่ศึกษาพระพุทธวจนะ และนำพุทธวจนะมาสั่งสอนญาติโยมให้เข้าถึงพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง
พุทธศาสนิกชนที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังใครอุตริแบบนี้มาก่อนก็ทึ่งใจ มองเห็นเป็นพระเอกมาช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนา แบบว่า พระภิกษุ-สามเณร อีกกว่า 300,000 รูป ไม่มีใครทำอะไรที่เป็นพระพุทธศาสนาเลย มีแต่พระคึกฤทธิ์เท่านั้นที่เป็นพระจริงๆ
คำถามแบบกำปั้นทุบดินก็คือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ถามว่า พระพุทธศาสนาอยู่ได้อย่างไร มันมิฉิบหายไปนานแล้วหรือ
ในหลักสำคัญที่คุณคึกฤทธิ์ย้ำอยู่ตลอดเวลาก็คือว่า ตนเองเป็นผู้ค้นพบพระพุทธวจนะ และนำมาเผยแผ่แก่ชาวประชา ให้ได้รับทราบเป็นครั้งแรกของโลก เพราะแกพูดว่า ตลอด 2500 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครสอนพุทธวจนะในเมืองไทย ก็หมายถึงว่า พระสงฆ์ไทยตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมานั้น สอนสั่งนอกพระธรรมวินัย มิใช่พระพุทธศาสนา
ดังนั้น ก็จึงขอถามว่า แล้วพระปาติโมกข์ที่คุณคึกฤทธิ์นำมาตัดออก 77 ข้อ แล้วสวดเพียง 150 ข้อ และพระไตรปิฎกที่คุณคึกฤทธิ์นำมาคัดเป็นฉบับใหม่ ในชื่อว่า "ฉบับพุทธวจน" นั้น เป็นของใคร ใครเป็นคนทำสังคายนาและสร้างขึ้นไว้ ในชื่อว่า พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐบ้าง พระไตรปิฎกฉบับหลวงบ้าง เพราะเมื่อคุณคึกฤทธิ้อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ค้นพบพระพุทธวจนะ ก็จึงขอถามว่า

คุณเป็นประธานทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่เท่าไหร่ ?

หากมิใช่แล้ว ก็แสดงว่า นายคึกฤทธิ์เป็นมหาโจร ปล้นเอาพระไตรปิฎกอันเป็นภูมิปัญญาของคณะสงฆ์ไทย ไปทำหีบห่อใหม่ นำออกขายให้แก่ประชาชนที่ไม่รู้ความจริง แถมยังดูหมิ่นพระสงฆ์ไทยทั้งประเทศเสียอีก สันดานเดียวกับโพธิรักษ์เลย
ทำงานศาสนาด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้ จะให้เรียกนายคึกฤทธิ์ว่าอย่างไร ?

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
วัดไทยลาสเวกัส

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระคึกฤทธิ์

ส่อซูเอี๋ย !
นพรัตน์ส่งสัญญาณ
ถ้าคึกฤทธิ์เข้าใจผิด ก็แก้ไขเสีย
ไม่ต้องถึงกับลงโทษหรอก

แหมพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้านี่แก้ไขง่ายนะ แค่เข้าใจไม่ตรงก็รื้อทิ้งทั้งยวง แถมสอนชาวบ้านชาวเมืองจนรู้กันทั่ว แต่วันนี้จะมาบอกว่า "เข้าใจผิด" คนระดับคึกฤทธิ์เป็นถึงนายพันมาบวช มันคงไม่โง่หรือหน่อมแน๊มปานนั้นหรอก โบราณว่า เห็นเสือหมอบอย่านึกว่าเสือไหว้ เห็นคึกฤทธิ์ทำมืออ่อน ก็อย่าคิดว่าในใจแก่อ่อนน้อมด้ว้ย ประเดี๋ยวก็ถูกเสือกินสิ้นทั้งขน

 
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรรมการ มส. ชี้ ตัดศีลพระเหลือ 150 ข้อ ขัดต่อหลักปฏิบัติ

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ลุยถั่ว !
คณะสงฆ์หนกลางประชุมใหญ่ที่ลพบุรี
เน้นนโยบายหมู่บ้านศีลห้า
แต่ไม่พูดถึงปัญหาพระคึกฤทธิ์

หุหุ นึกว่าประชุมกันพิจารณาปัญหาพระศาสนาว่าด้วยพระไตรปิฎกและพระปาติโมกข์ของวัดนาป่าพงของพระคึกฤทธิ์ กลับปล่อยให้เจ้าคณะตำบลยกทัพไปกะหรอมกะแหม แถมถูกสอนมวยกลับมาแบบหมดท่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ผู้ทรงภูมิปัญญาสูงสุดของคณะสงฆ์ไทยในด้านภาษาบาลี กลับไม่มีทีท่าอะไรในเรื่องนี้ นี่คือเรื่องจริงของคณะสงฆ์ไทย ไม่มีใครสนใจไยดีในเรื่องพระธรรมวินัย ตะทีเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ละก็แย่งกันเอาเป็นเอาตาย ปัญหาพระธรรมวินัยกลับไม่มีใครพูดถึง พอตำแหน่งเจ้าคณะพระสังฆาธิการรวมทั้ง"กรรมการมหาเถรสมาคม" ว่างลง ก็แย่งโควต้ากันรุนแรง ไม่ต่างไปจากนักการเมืองในผ้าเหลืองเท่าใดนัก วันนี้ สมเด็จฯสมศักดิ์ ก็เดินหน้าเอาใจ คสช. ชูนโยบายหมู่บ้านศีลห้า เชื่อเถิดว่า ถ้า คสช. หมดอำนาจวันใด นโยบายนี้ก็จะถูกเปลี่ยนใหม่ทันที ก็ดีฮะ โบราณว่า "ฝนไม่ตก ไม่รู้เรือนใครรั่ว" ปัญหาไม่เกิด ก็ไม่รู้ว่าไอ้ที่คุยๆ กันว่าเก่งอย่างโน้น อัจฉริยะอย่างนี้ นั้น เก่งจริงหรือไม่ อัจฉริยะจริงหรือเปล่า ? จดเอาไว้เลยว่า ปัญหาวัดนาป่าพงปะทุขึ้นในสมัยสมเด็จสมศักดิ์และมหาสายชล เป็นเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค สองรูปนี้แหละที่เป็นผู้รับผิดชอบปัญหาพระศาสนา ถ้าปัญหานี้บานปลายใหญ่โตออกไป ก็สองรูปนี้แหละ คือผู้ทำลายพระศาสนา หาใช่พระคึกฤทธิ์ไม่ ในเมื่อพวกท่านมีอำนาจ แต่ไม่ยอมใช้อำนาจให้ในทางที่ถูกที่ควร ก็ไม่สมควรจะมีอำนาจอีกต่อไป

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ประโยค 9 ศาสตราจารย์ ราชบัณฑิต
เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
รองอธิการบดี มจร. ผู้ก่อตั้งสถาบันบาลีพุทธโฆษ
ผู้ทรงภูมิความรู้ด้านบาลีและพระไตรปิฎกมากที่สุดของคณะสงฆ์ไทย


มหาสายชล - พระราชวิสุทธิเวที
เจ้าคณะภาคหนึ่ง วัดชนะสงคราม
พระอัจฉริยะของประเทศไทย ได้กินตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ขณะอายุน้อยที่สุดของคณะสงฆ์ไทย แต่ไม่มีผลงานอะไรให้สมกับฝีมือการแย่งตำแหน่งอันเป็นสุดยอดเลย ไหนอยากจะเป็นเจ้าคณะเพื่อบริหารกิจการพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองไง ทำไมไม่เห็นทำอะไร ถ้าไม่ทำหรือทำไม่เป็น ก็เชิญลาออกไปเสียเถิด อย่าอยู่เป็นตัวถ่วงความเจริญพระศาสนาอีกต่อไปเลย นะมหาสายชลนะ

ทึ่ง!พ่อเมืองลพบุรีเผยผลประเมิน หมู่บ้านศีล 5 ช่วยแก้ปัญหาแม่วัยใสได้ ปลื้มต่อยอดเป็น 'โรงเรียนรักษาศีล 5' 22 แห่ง และบ้านพักทหารรักษาศีล 5 ด้วย
เมื่อวันที่  14 ส.ค.2557  ที่วัดสนามไชย อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส คณะสงฆ์ จ.ลพบุรี พร้อมทั้งกล่าวเปิดการประชุมว่า มหาเถรสมาคม (มส.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายร่วมกันในการดำเนินการเผยแพร่เรื่องหลักศีล 5 ไปยังประชาชน ผ่านโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 แต่การที่จะทำให้ประชาชนยึดหลักศีล 5 นำไปปฏิบัติได้นั้น เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ที่จะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจหลักศีล 5 แนวทางในการประพฤติ ปฏิบัติ รวมไปถึงอานิสสงส์ ที่จะได้จากการปฏิบัติตามหลักศีล 5 ด้วย
พระราชพุทธิวราภรณ์ (ประเทือง อาภาธโร) เจ้าอาวาสวัดกวิศราราม ในฐานะเจ้าคณะจ.ลพบุรี กล่าวว่า จ.ลพบุรี มีหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์การประเมินจากทางจังหวัดแล้วกว่า 130 หมู่บ้าน และในวันที่ 4 ก.ย.นี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จะเดินทางมาเป็นประธานมอบป้ายยกย่องหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้วด้วย
ด้านนายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การดำเนินงานหมู่บ้านศีล 5 ของ จ.ลพบุรี มีการต่อยอดไปยังโรงเรียน และบ้านพักทหารด้วย โดยขณะนี้มี 22 โรงเรียนที่ผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนรักษาศีล 5 และมีบ้านพักทหารให้ค่ายทหารใน จ.ลพบุรี บางแห่งเป็นบ้านพักทหารรักษาศีล 5 แล้วด้วย ทั้งนี้ในเกณฑ์การประเมินหมู่บ้านที่จะเป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 นั้น ทาง จ.ลพบุรี จะพิจารณาจากจำนวนคดีในแต่ละหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ หากพบว่ามีคดีต่างๆลดลงจึงจะประกาศให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพราะถือว่ามีการปฏิบัติตามหลักศีล 5 อย่างแท้จริง จึงทำให้การกระทำความผิดต่างๆลดลง
“จากการเริ่มดำเนินการเมื่อเดือน ม.ค.2557 และมีการประเมินโครงการเมื่อประมาณ เม.ย.2557 ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจด้วยว่า จากเดิมที่ตัวเลขของจำนวนวันรุ่นท้องก่อนวัยอันควร หรือแม่วัยใส ใน จ.ลพบุรี ติดอยู่ 1 ใน 10 ของประเทศ แต่หลังจากที่ดำเนินงานหมู่บ้านศีล 5 ทำให้ตัวเลขวัยรุ่นท้องก่อนวัยอันควรใน จ.ลพบุรี ไม่ติดอยู่ในอันดับดังกล่าวแล้ว” ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าว

ที่มา : คมชัดลึก15 สิงหาคม 2557