วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556


วัดเก่าปล่อยทิ้ง-ตั้งวัดใหม่เป็นแฟชั่น

      สำนักพุทธฯระบุ ปี 55 ที่ผ่านมา มีวัดร้างกว่า 6 พันแห่ง และมีวัดตั้งใหม่ถึง 500 วัด แสดงว่าชาวไทยสมัยนี้มีค่านิยมแบบเก่า คือโบราณนั้น เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เสนาบดี คนมีสตังค์ ต้องสร้างวัดไว้ประจำตระกูล เพื่อให้ลูกหลานได้บวชเรียน ดังคำกล่าวว่า "สร้างวัดไว้ให้ลูกหลานเล่น" เพราะถ้าจะให้ลูกหลานไปเล่นที่วัดของคนอื่นเขาก็อาย แต่ก็ดีฮะ ประชาธิปไตย ถ้าไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็ทำไปเถอะ !




             พศ.เผยยอดขอสร้าง-จดทะเบียนวัดใหม่ รอบ ปีพุ่ง บุรีรัมย์-โคราช-หนองบัวลำภู-ขอนแก่นมากสุด เหตุชุมชนขยายตัว ขณะที่วัดร้างมีกว่า 6,000 แห่ง

            เมื่อวันที่ มกราคม นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า จากการสรุปจำนวนวัดที่มีพระสงฆ์ทั่วประเทศปี 2555 พบว่า มีจำนวน 37,689 วัด แบ่งเป็น มหานิกาย 34,897 วัดธรรมยุต 2,760วัดจีนนิกาย 14 วัด และอนัมนิกาย 18 วัด 
            ในจำนวนวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นพระอารามหลวง สังกัดมหานิกาย 247 วัด และธรรมยุต 63 วัด รวม 310 วัด นอกจากนี้เป็นวัดราษฎร์ 37,379 วัด สังกัดมหานิกาย 34,650 วัดธรรมยุต 2,697 วัดจีนนิกาย14 วัด และอนัมนิกาย 18 วัด 
             ปัจจุบันวัดทั่วประเทศที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (เขตที่พระราชทานแก่สงฆ์ เพื่อใช้เป็นที่สร้างพระอุโบสถ หรือเขตที่พระสงฆ์ใช้ประกอบสังฆกรรม) 22,574 วัด ส่วนวัดที่ยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 15,115 วัด

           นายนพรัตน์กล่าวว่า จากข้อมูลในปี 2555 พบว่าการขอสร้างวัดและจดทะเบียนวัดใหม่ในรอบ ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น โดยปี2553 ขออนุญาตสร้างวัด 350 แห่ง ปี 2554 จำนวน 350 แห่ง และปี 2555 จำนวน 550 แห่ง ส่วนการขอตั้งวัดใหม่ ปี 2553จำนวน 720 แห่ง ปี 2554 จำนวน 430 แห่ง 

และปี 2555 เพิ่มเป็น 490 แห่ง จังหวัดที่ตั้งวัดใหม่รอบ 3 ปีมากที่สุด ได้แก่ 
จ.บุรีรัมย์ ปี 2553 จำนวน 53 แห่ง ปี 2554 มี 15 แห่ง และปี 2555 มี 40 แห่ง
จ.นครราชสีมา ปี 2553 มี 87 แห่ง ปี 2554 มี23 แห่ง และปี 2555 จำนวน 24 แห่ง
จ.หนองบัวลำภู ปี 2553 จำนวน 22 แห่ง ปี 2554 จำนวน แห่ง และปี 2555 จำนวน23 แห่งจ.ขอนแก่น ปี 2553 จำนวน 11 แห่ง ปี 2554 จำนวน แห่ง และปี 2555 จำนวน 24 แห่ง 
และ จ.เพชรบูรณ์ ปี2553 จำนวน แห่ง ปี 2554 จำนวน แห่ง และปี 2555 จำนวน 15 แห่ง

         ผู้อำนวยการ พศ.กล่าวว่า วัดที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งใหม่ปี 2555 ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ อาทิ วัดโนนทอง วัดชุมแสง วัดใหม่พัฒนาราม วัดโคกกลอยจ.นครราชสีมา อาทิ วัดเทพมงคล วัดดงพญาเย็นภาวนาราม วัดพญาเย็นพุทธาราม วัดธรรมทานวนาราม วัดหนองโสนจ.หนองบัวลำภู อาทิ วัดศรีชมชื่น วัดทุ่งสว่างคงคาจ.ขอนแก่น อาทิ วัดประชาอุทิศ วัดบุปผาราม วัดป่าดอยแสงคำ และ จ.เพชรบูรณ์ อาทิ วัดเทพธรรมรังสี วัดพ่อขุนผาเมือง วัดสันติคามคีรี วัดเทพนิมิตร วัดพระธาตุภูผาชัย

"การยื่นจดทะเบียนตั้งวัดใหม่ที่เพิ่มขึ้นถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี สาเหตุที่เพิ่มขึ้นเกิดจากช่วง ปีที่ผ่านมา พศ.พยายามยกฐานะวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ อีกเหตุผลชุมชนมีการขยายตัวมากขึ้นทำให้เกิดความต้องการให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนด้วย ปัญหาวัดร้างที่ พศ.กำลังเร่งแก้ปัญหาอยู่ขณะนี้ส่วนใหญ่เกิดขั้นมาตั้งแต่อดีต จากการสำรวจข้อมูลพบว่าที่ผ่านมามีวัดร้างประมาณ 6,000 วัด ปัจจุบันยกฐานะขึ้นมาใหม่ 2,000 วัดแล้ว สาเหตุที่ทำให้จำนวนวัดร้างมีจำนวนมาก เพราะการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนที่ดินวัด การบริหารจัดการที่ผิดพลาด รวมถึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ดังนั้น ปี 2556 พศ.จะเน้นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัด เน้นถวายความรู้เรื่องกฎหมายที่จำเป็นและพระสงฆ์จำเป็นต้องทราบ" นายนพรัตน์กล่าว

        ผู้อำนวยการ พศ.กล่าวว่า การขอตั้งวัดใหม่ พศ.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้วัดที่ได้รับอนุญาตให้สร้างเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการ อาทิ ที่ดินวัด ต้องตั้งอยู่ในที่ดินที่มีเนื้อที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันไม่น้อยกว่า ไร่ ไม่มีทางสาธารณะ ลำคลองกั้นกลาง และต้องไม่เป็นที่ดินสาธารณะ ถ้าเป็นที่ดินเอกชน เจ้าของที่ดินต้องทำหนังสือสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้วัด แต่ถ้าเป็นที่ดินราชการต้องผ่านขั้นตอนการขอใช้ที่ดินของทางราชการเพื่อสร้างวัด และวัดที่ขอตั้งต้องอยู่ห่างจากวัดอื่นที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่น้อยกว่า กิโลเมตร
           
          ด้านพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า จำนวนการจดทะเบียนวัดเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ผ่านมา มส.มีนโยบายพัฒนาวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา แต่ยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือทุกวันนี้มีหลายวัดที่ก่อตั้งมานานแล้ว แต่มีจำนวนพระสงฆ์ลดน้อยลงจนน่าเป็นห่วง บางแห่งเกือบกลายเป็นวัดร้าง ดังนั้น พศ.ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้วัดที่ตั้งมานาน บริหารจัดการให้อยู่รอดต่อไปได้ ส่วนวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ต้องช่วยกันพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นท้ายที่สุดวัดที่ก่อตั้งมานานแล้วก็จะทยอยกลายเป็นวัดร้างอีก



ข่าว : มติชน3  มกราคม 2556


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น